เริมที่ปาก หรือ Oral Herpes เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อไวรัส Herpes Simplex Virus (HSV-1) มักปรากฏเป็นตุ่มน้ำใสเล็ก ๆ บริเวณริมฝีปาก มุมปาก หรือรอบปาก เมื่อแตกแล้วจะตกสะเก็ดและหายได้เองใน 1–2 สัปดาห์ แต่สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้เมื่อร่างกายอ่อนแอหรือเครียด
เริมที่ปาก (Oral Herpes)

ประวัติและแหล่งกำเนิดของเริมที่ปาก
เชื้อไวรัสเริมชนิดที่ 1 (HSV-1) ถูกค้นพบครั้งแรกในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยนักจุลชีววิทยาพบว่าไวรัสชนิดนี้แพร่กระจายได้ง่ายผ่านการสัมผัสโดยตรง เช่น การจูบ หรือการใช้ของร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ หลอดดูด หรือลิปบาล์ม
วิธีสังเกตอาการเริมที่ปาก
- มีตุ่มน้ำใสขนาดเล็กบริเวณริมฝีปาก
- รู้สึกแสบ คัน หรือเจ็บก่อนตุ่มจะขึ้น
- อาจมีไข้ต่ำ ๆ หรือต่อมน้ำเหลืองบวมเล็กน้อย
- หลังตุ่มแตกจะตกสะเก็ดและแห้งในไม่กี่วัน
สำหรับวัยรุ่นที่ใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ริมฝีปากร่วมกัน เริมสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายโดยไม่รู้ตัว
- การติดเชื้อไวรัส HSV-1 จากการสัมผัสหรือใช้ของร่วมกับผู้ติดเชื้อ
- ภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำจากความเครียดหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ
- การโดนแสงแดดแรงหรืออากาศหนาวจัด
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย
วิธีรักษาเริมที่ปากด้วยตัวเอง
- ทายาเริมที่มีส่วนผสมของอะไซโคลเวียร์ (Acyclovir) หรือพีนไซโคลเวียร์ (Penciclovir)
- ประคบเย็นลดอาการปวดและบวม
- หลีกเลี่ยงการแกะหรือเกาตุ่มน้ำ
- ดื่มน้ำมาก ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดหรือเปรี้ยวที่อาจระคายเคืองแผล
หากอาการรุนแรงหรือเป็นซ้ำบ่อย ควรไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรับยาต้านไวรัสในรูปแบบรับประทาน
เริมที่ปากติดต่อกันได้ไหม?
คำตอบคือ “ได้” โดยเริมที่ปากสามารถติดต่อได้จากการสัมผัสโดยตรง เช่น การจูบ หรือการใช้ของร่วมกับผู้ติดเชื้อในช่วงที่มีตุ่มน้ำ แต่เมื่อแผลแห้งสะเก็ดแล้ว ความเสี่ยงในการแพร่เชื้อจะลดลงมาก
สามารถป้องกันเริมที่ปากได้ไหม?
- หลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้ว หลอด หรือลิปมัน
- ทาลิปบาล์มกันแดดป้องกันริมฝีปากแตก
- รักษาความสะอาดริมฝีปากและมือเสมอ
- พักผ่อนเพียงพอและลดความเครียด
FAQ
Q: เริมที่ปากหายขาดไหม?
A: ไม่หายขาด แต่สามารถควบคุมได้ เมื่อร่างกายแข็งแรงและดูแลตัวเองดี อาการจะไม่กำเริบบ่อย
Q: ใช้เครื่องสำอางร่วมกับคนอื่นจะติดไหม?
A: มีโอกาสติดได้ โดยเฉพาะหากใช้ลิปสติกหรือลิปบาล์มร่วมกับผู้มีอาการ
Q: ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?
A: หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 7–10 วัน หรือเป็นซ้ำบ่อยเกิน 4 ครั้งต่อปี ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
สรุป
เริมที่ปากเป็นโรคผิวหนังที่ไม่ร้ายแรง แต่ส่งผลต่อความมั่นใจและสุขภาพผิวของวัยรุ่นได้ การรู้จักสังเกตอาการตั้งแต่ต้น รักษาอย่างถูกวิธี และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงคือกุญแจสำคัญในการดูแลริมฝีปากให้สุขภาพดีอยู่เสมอ
Credit แทงบอล